วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

เทคโนโลยีการสื่อสาร มรภ.อุดรธานีทึ่งนิเทศ จุฬาฯ



สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร ปริญญาโท เข้าร่วมงานการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ พร้อมดูงานคณะนิเทศศาสตร์ จุฬา เมื่อวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2554
ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด ประธานบริหารหลักสูตรปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เปิดเผยว่า สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร นำอาจารย์และนักศึกษาปริญญา จำนวน 15 คน เข้าร่วมฟังการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2554 (Thailand Research Expo 2011 ณ โรงแรมเซ็นทรัลเวริ์ล กรุงเทพฯ จัดโดยเครือข่ายในระบบวิจัย และวช. ร่วมสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้” สำหรับอาจารย์ที่ควบคุมการเดินทางในครั้งนี้ ได้แก่ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด และดร.สุภัทรา วันเพ็ญ โดยนักศึกษาได้เข้าร่วมการบรรยายจากนักวิชาการชั้นนำ ซึ่งสามารถเลือกหัวข้อเข้าฟังที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษามากที่สุด ซึ่งนักศึกษาเข้าร่วมฟังอย่างสนใจ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการจัดทำวิทยานิพนธ์ต่อไป
นอกจากนั้นยังได้เข้าศึกษาดูงาน ณ ภาควิชาวารสารสนเทศ และภาควิชาการสื่อสารมวลชน โดยมีผศ.ดร.ณรงค์ ขำวิจิตร หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ของนักศึกษา และได้บรรยายให้ความรู้เรื่องสื่อใหม่กับการพัฒนาการศึกษาให้นักศึกษาปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร อีกด้วย หลังจากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์นิวมีเดียเพื่อความเป็นเลิศโดยได้รับการต้อนรับด้วยดีจาก ผศ.ณาณัฏฐธัญ วงศ์บ้านดู่ หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชน พร้อมพานำชมห้องปฏิบัติการโทรทัศน์ของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ที่มีความเพียบพร้อม เป็นห้องปฏิบัติการรองรับการเรียนภาคปฏิบัติของนักศึกษาได้เป็นอย่างดี.

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วงเสวนาชี้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ชาวนครพนมได้ประโยชน์แน่




ห่วงเป็นแค่เมืองผ่านตามหนองคาย เร่งหามาตรการป้องกัน จัดตั้งคลังสมองชุมชนร่วมคิด ติงแผนยุทธศาสตร์จังหวัดไม่ครอบคลุม ชูจุดเด่นโลจิสติกส์สินค้าเกษตรส่งขายจีน พร้อมเร่งการท่องเที่ยวรับสะพาน

นายบวร บุปฝเวส อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวว่า “การเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 จะเป็นการได้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทย ลาว เวียดนาม และจีน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่จีนต้องการจากประเทศไทยคือยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวหอมมะลิ เมื่อสะพานสร้างเสร็จเราก็จะขายสินค้าโดยตรงไปยังจีนโดยไม่ผ่านเวียดนามอย่างเช่นปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ได้ราคาและคุณภาพดีกว่ามาก การเตรียมรับสะพานนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วมกัน โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็น ชาวนครพนมก็ได้รวมตัวกันในภาคประชาสังคม ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อจังหวัดนครพนมชื่อกลุ่มพนมนครานุรักษ์ขึ้น แสดงทัศนะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่น”
รศ.ดร.จำนง วงษ์ชาชม คณบดีคณะวิทยาการจัดการและเทคโนสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนมกล่าวว่า “จากการถอดบทเรียนจากวงเสวนาย่อย ๆ ของผลที่เกิดขึ้นจากสะพานมิตรภาพไทย – ลาว จังหวัดหนองคาย เพื่อให้เป็นแนวทางที่จะเตรียมความพร้อมให้กับสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 จังหวัดนครพนม สามารถสรุปประเด็นได้ 2 ประเด็นคือ ด้านบวก พบว่าเกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ มีความร่วมมือในด้านการควบคุมโรคทั้งติดต่อ และไม่ติดต่อ ป้องกันอาเสพติดริมแม่น้ำโขง ส่งเสริมการท่องเที่ยวของสองประเทศ ศึกษาดูงาน ซื้อขายสินค้า ขยายการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และเอก ส่วนด้านลบ พบว่า การควบคุมการลักลอบซื้อขายสัตว์ป่าได้ลำบาก การขนส่งยาเสพติดมีหลายรูปแบบมากขึ้น การเข้าเมืองของหญิงสาวชาวลาวเพื่อค้าประเวณีเพิ่มขึ้น สินค้าด้อยคุณภาพ เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ การนำเข้าอาหารที่ขาดคุณภาพ การรับวัคซีนของชาวต่างด้าวไม่ครบทำให้เกิดโรคภัยได้ และปัญหาอาชญากรรมก็เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคายได้เกิดผลกระทบ ก็ควรศึกษาและนำมารับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในจังหวัด นครพนมได้
ในส่วนสถาบันการศึกษาก็ได้จัดเตรียมการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว โดยเปิดสอนด้านการท่องเที่ยว ส่วนสาขาโลจีสติกส์นั้นยังคงมีข้อจำกัดเรื่องบุคลากร ซึ่งมีแผนที่จะเปิดสอนต่อไป
นายป้อง ขันตี นักธุรกิจเจ้าของหมู่บ้านพิมพ์พากร กล่าวว่า “การสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 จังหวัดนครพนมนั้น ประโยชน์ที่ตกกับท้องถิ่นสิ่งแรกคือ ราคาที่ดินรอบ ๆ สะพานมีราคาสูงขึ้น จังหวัดนครพนมต้องเตรียมบุคลากรเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาควรเตรียมการเรื่องโลจีสติกส์ สำหรับการเตรียมการของทางจังหวัด จะเห็นได้ว่ายังไม่ครอบคลุมประเด็นมากนัก โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์จังหวัดที่ยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร ซึ่งถ้าครอบคลุมก็จะสามารถป้องกันปัญหาจังหวัดนครพนมเป็นแค่ทางผ่านได้ด้วยและควรพัฒนาคนเป็นลำดับแรก ให้ความสำคัญกับการคิด กล้าที่จะคิดที่ยิ่งใหญ่ ควรมีหน่วยงานรวมศูนย์ข้อมูลด้านธุรกิจอำนวยความสะดวก และการตัดสินใจในการลงทุนให้กับนักธุรกิจ
ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด ประธานบริหารหลักสูตรปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เปิดเผยว่า การจัดเสวนาในครั้งนี้ จัดโดยสาขาเทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม หนังสือพิมพ์ไทยนิยมและหอการค้าจังหวัดนครพนม จัดการเสวนาเรื่อง สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 จ.นครพนม ท้องถิ่นได้ประโยชน์อย่างไร? ขึ้น ณ ห้องประชุม โรงเรียนนครพนมวิทยาคม วันที่ 30 มกราคม 2554 เวลา 13.00 – 15.30 น. วัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากนักวิชาการ และผู้ประกอบการธุรกิจในท้องถิ่น เกี่ยวกับผลดีที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นจังหวัดนครพนมเมื่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ครั้งที่ 3 เพื่อให้ท้องถิ่นได้เตรียมการในอันที่จะสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจากสะพานได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งผู้เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ได้แก่ นักศึกษาปริญญาโท ผู้ประกอบการ นักธุรกิจในท้องถิ่น สื่อมวลชนจังหวัดนครพนม และประชาชนทั่วไป การจัดเสวนาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สถาบัน อิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยศรีปทุม.

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

มรภ.อุดรธานีจับมือม.นครพนมร่วมถก สะพานมิตรภาพไทย – ลาว



สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร ปริญญาโท มรภ.อุดรธานี ร่วมกับสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.นครพนม หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จัดเสวนาท้องถิ่นได้ประโยชน์อย่างไร วันที่ 30 มกราคม 2554
ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด ประธานบริหารหลักสูตรเทคโนโลยีการสื่อสาร มรภ.อุดรธานี เปิดเผยว่า “สาขาเทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.นครพนม หนังสือพิมพ์ไทยนิยมและหอการค้าจังหวัดนครพนม จัดการเสวนาเรื่อง สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 จ.นครพนม ท้องถิ่นได้ประโยชน์อย่างไร? ขึ้น ณ ห้องประชุม โรงเรียนนครพนมวิทยาคม วันที่ 30 มกราคม 2554 เวลา 13.00 – 15.30 น. โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรประกอบด้วย 1) คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม 2) รศ.ดร.จำนง วงษ์ชาชม คณบดีคณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม 3) ผศ.ดร.ธวัช สุทธิกุลสมบัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 4) คุณบวร บุฝเวส อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม”
สำหรับการจัดเสวนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากนักวิชาการ และผู้ประกอบการธุรกิจในท้องถิ่น เกี่ยวกับผลดีที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นจังหวัดนครพนมเมื่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ครั้งที่ 3 เพื่อให้ท้องถิ่นได้เตรียมการในอันที่จะสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจากสะพานได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งผู้เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ได้แก่ นักศึกษาปริญญาโท ผู้ประกอบการ นักธุรกิจในท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเสวนาได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด การจัดเสวนาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทยและ มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ป.โทเทคโนโลยีการสื่อสารจัดสัมมนา จังหวัดใหม่ จ.บึงกาฬใครได้ใครเสีย

นักศึกษาปริญญาโทจัดสัมมนาวิชาการ 6 ประเด็นเน้นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารให้คุ้มค่า วันที่ 21 สิงหาคม 2553 ณ ห้องประชุม 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ
นายธีระเดช วงษ์ราชย์ ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประธานในพิธีเปิดการสัมมนาวิชาการเปิดเผยว่า การจัดการสัมมนาในครั้งนี้ถือว่าเป็นหัวข้อที่มีประโยชน์และเหมาะกับการนำไปใช้ สำหรับการนำไปใช้สิ่งสำคัญที่พึงระวังคือการใช้ภาษาให้ถูกต้อง และเหมาะสมด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ ในการนำเทคโนโลยีการสื่อสารมาใช้จะต้องยึดมั่นในความเป็นไทย คำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมด้วย
ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด ประธานบริหารหลักสูตรเทคโนโลยีการสื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เปิดเผยว่า สาขาเทคโนโลยีการสื่อสารจัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในทศวรรษใหม่ โดยมีการนำเสนอผลงานทางวิชาการเพื่อนำไปสู่การวิจัยใน 6 ประเด็นประกอบด้วย 1) อินเทอร์เน็ตกับการพัฒนาคุณภาพคนวัยทำงาน วิทยากรโดยนางสาวรัศมี วุฒิพินิจธรรม 2) เที่ยวเองก็ได้ ไม่ต้องง้อทัวร์ วิทยากรโดยนางสาวศิริพร ศรีพรหม 3) จังหวัดที่ 77 บึงกาฬ ใครได้ใครเสีย วิทยากรโดย นางสาวสุรางคนา ชัยประภา 4) การใช้สารสนเทศในโรงพยาบาล วิทยากรโดย นางสาวอรอนงค์ อินนาง 5)สื่อไทยข้ามพรมแดน กระทบความแน่นแฟ้นไทยลาวหรือไม่ วิทยากรโดยนายกรุงไทย บุญตาระวะ 6) เทคนิคการผลิตสื่อวีดิทัศน์ให้น่าสนใจ นายทิวาสันต์ พลเยี่ยม
การจัดสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำความสามารถของเทคโนโลยีการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้คุณประโยชน์จากเทคโนโลยีการสื่อสารให้คุ้มค่า ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ประกอบด้วย นักศึกษาระดับปริญญาโท และประชาชนผู้สนใจทั่วไป จำนวน 50 คน ณ ห้องประชุม 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สาขาเทคโนโลยีการสื่อสารจัดสอบประมวลความรู้ รุ่น 1

บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีจัดสอบประมวลความรู้ นักศึกษาปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร รุ่น 1 วันที่ 13 มิถุนายน 2553 ณ ห้อง 1603 อาคารเฉลิมพระเกียรติ
ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด ประธานบริหารหลักสูตรสาขาวิชาเทคโนโลยีการสื่อสาร เปิดเผยว่า สาขาเทคโนโลยีการสื่อสารจัดสอบประมวลความรู้ให้กับนักศึกษารุ่นที่ 1 โดยมีนักศึกษาเข้าสอบทั้งหมด จำนวน 10 คน ซึ่งคุณสมบัติผู้ที่จะสอบประมวลความรู้ได้ จะต้องเรียนรายวิชาครบตามหลักสูตร ซึ่งการสอบครั้งนี้เป็นเกณฑ์ของการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทด้วย สำหรับการสอบครั้งนี้มีผศ.ดร.วัชพร มานะจิตร เป็นอาจารย์ผู้ควบคุมสอบ ระหว่างเวลา 9.00 - 16.00 น.

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

เทคโนการสื่อสารจัดอบรมเข้ม กลยุทธ์การวิจัยด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร








สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร มรภ.อุดรธานี เชิญวิทยากรระดับประเทศ เติมเต็มองค์ความรู้ด้านการวิจัย วันที่ 10 เม.ย. 53 ณ ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ
รศ.ดร.สมคิด สร้อยน้ำ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเทคนิคการทำวิจัยด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยมีผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด ประธานบริหารหลักสูตรเทคโนโลยีการสื่อสาร กล่าวรายงานการจัดงานโดยมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การวิจัยด้านเทคโนโลยีการสื่อสารให้กับนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีการสื่อสารและผู้ที่สนใจทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีการสื่อสารระดับประเทศ และเพื่อได้แนวทางในการนำเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ในการเรียนระดับบัณฑิตศึกษา โดยสาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร ระดับปริญญาโท มีนักศึกษา รุ่น 1 และ รุ่น 2 เข้าร่วมอบรมอย่างคับคั่ง วิทยากรในครั้งนี้ประกอบด้วย 1) ผศ.ดร.สมศักดิ์ คูหาสวรรค์เวช ภาควิชานิเทศเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2) ผศ.ดร.สุพัตรา ศรีสุวรรณ ภาควิชาส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3) ผศ.ดร.สมพร สุขะ ภาควิชาภาพนิ่งและภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ4) ผศ.ดร.ปัญญา นาแพงหมื่น ภาควิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สาขาเทคโนโลยีการสื่อสารจัดสัมมนาภัยร้ายบนอินเทอร์เน็ต

จัดสัมมมนาทางวิชาการ 4 เรื่อง เน้นด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ผลกระทบ วันที่ 3 ตุลาคม 2552 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด ประธานบริหารหลักสูตรปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร เปิดเผยว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร จัดสัมมนาทางวิชาการ 4 เรื่อง ประกอบด้วย "สังคมออนไลน์ ภัยร้ายบนอินเทอร์เน็ต" โดยนายจิรภัทร เริ่มศรี "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในงานธุรกิจ" โดยนางสาววิภาดา กันหา "รู้ทัน e-banking เทคโนโลยีธนาคารออนไลน์เพื่อป้องกันภัย" โดยนางสาวณัฏฐ์กฤตา ลิมานนท์ดำรงค์ และหัวข้อ "e-magazine สื่อออนไลน์ทางเลือกสำหรับคนติดนิตยสาร" โดยนางสาวดาเรศ เศวตศิริ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมสัมมนาได้ที่ห้อง 1601 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้เข้าร่วมการสัมมนาครบทั้ง 4 ประเด็น มีสิทธิ์รับเกียรติบัตรผ่านการอบรมจากทางสาขาวิชาเทคโนโลยีการสื่อสารอีกด้วย หรือสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการสัมมนาได้ที่ http://masterudru.blogspot.com ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 น.
สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนาทางวิชาการในครั้้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรุ้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีการสื่อสารมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังเป็นการกระตุ้นเตือนภัยจากการเทคโนโลยีสารสนเทศอีกด้วย อีกทั้งเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้นำเทคโนโลยีการสื่อสารไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และเป็นประโยชน์อีกด้วย.